เพิ่มพลังให้กับร่างกายด้วยถั่งเช่า

ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรจีน เป็นเห็ดราชนิดหนึ่งที่ขึ้นในฤดูหนาว และเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่ในตัวอ่อนของหนอนชนิดหนึ่ง เมื่อหนอนตายในฤดูร้อน เห็ดราก็จะงอกออกมาจากตัวหนอน ในส่วนของหัวหนอน ขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรจีนที่มีราคาสูงมาก แต่ในปัจจุบันหากใครอยากบำรุงร่างกายด้วยราคาเบาๆ แต่ยังได้ประโยชน์จากถั่งเช่าอยู่บ้างก็มีดอกถั่งเช่าที่มาในลักษณะของดอกถั่งเช่าอบแห้ง ราคาจะถูกกว่ากันมาก วิธีทานแค่นำไปต้มรวมกับน้ำซุปในแกงจืด หรือตุ๋นกับเนื้อหมู เนื้อไก่ เหมือนเป็นสมุนไพรจีนอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง บางสูตรอาจใช้ชงดื่มเป็นชาได้ด้วย

ถั่งเช่าถือเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโพลีแซคคาไรด์ (galactomannan) นิวคลีโอไทด์ (adenosine) กรดคอร์ไดเซปิก (Cordycepic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีเฉพาะในถั่งเช่า อีกทั้งยังมีกรดอะมิโน และเออร์โกสเตอรอล (Ergosterol) ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อรา ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสารอาหารที่สำคัญ อาทิ โปรตีน วิตามิน E วิตามิน K วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน B12 โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซิลิเนียม จึงทำให้ถั่งเช่ากลายเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ในการบำรุงสุขภาพและรักษาอาการบางชนิด

การเลือกรับประทานสมุนไพรถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมควรเลือกจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้และผ่านกรรมวิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ต่อการปนเปื้อนสารพิษและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ถั่งเช่าอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ หรือปากแห้งในบางราย การรับประทานถั่งเช่าควบคู่กับยาบางประเภท เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยายับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ยาซัยโคลฟอสฟาไมด์ หรือคาเฟอีน อาจก่อให้ปฏิกิริยาระหว่างยา ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางตัวในขณะนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ก่อนการรับประทานถั่งเช่าในรูปแบบปกติหรืออาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปริมาณและระยะเวลาในการรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยาระหว่างยาและร่างกาย สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทาน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยในการรับประทานมากเพียงพอ หากต้องการรับประทานควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

ผู้ป่วยในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือโรคเอมเอส โรคลูปัส โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากถั่งเช่าอาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้อาการของผู้ป่วยแย่ลง ถั่งเช่าอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ป่วยภาวะเลือดออกผิดปกติอาจมีความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกได้ง่ายขึ้น รวมทั้งผู้เข้ารับการผ่าตัดควรเลี่ยงที่จะรับประทานถั่งเช่าก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเลือดออกมากในขณะผ่าตัด